วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558
วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558
1. สภาการศึกษาเจาะลึกลงงานวิจัยดีเด่นที่จัดทิศทางสำคัญของการศึกษาอนาคตประเทศไทย
จุดประสงค์
1.เพื่อให้มีการนำเสนอ เผยแพร่ ยกย่อง ผลงานวิจัย
2.เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
3.กระตุ้นให้มีการนำผลงานวิจัยเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ
ลักษณะของงานวิจัย
ส่วนใหญ่นำไปสู่การแก้ปัญญามีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ
และในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
มีการนำเทคโนยีมาใช้ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เช่น
การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ประยุกต์การเรียนการสอนระบบอีเอิร์นนิ่ง
การพัฒนาการศึกษา
1.การปฏิรูปคุณภาพครูเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
2.การพัฒนาเพื่อรองรับตลาดแรงงานเพื่อเข้าสู่สมาคมอาเซียน
3.การพัฒนาบัณฑิต
3.1 ส่งเสริมสมรรถภาพของนิสิตครู
3.2 ความต้องการจำเป็นด้านอาชีพ
3.3 ความต้องการจำเป็นด้านกิจกรรมผลิตและพัฒนาคุณภาพบัณฑิต
3.4 ความต้องการจำเป็นด้านคุณลักษณะของบัณฑิต
4.การพัฒนาทายาทรุ่นที่ 2 ของผู้ย้ายถิ่นฐานชาวพม่า
ผลงานวิจัยดีเด่น
อันดับ
1 คือ
การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านการประเมิณการเรียนรู้ของนิสิตครูเพื่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
อันดับ
2 คือ รูปแบบและการจัดการศึกษาแก่ทายาทรุ่นที่ 2 ของผู้ย้ายจากประเทศพม่า
อันดับ
3 คือ
ความพร้อมในกรพัฒนาบัณฑิตของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทยเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจ
2. กลุ่มพัฒนาครูทั้งระบบ
-อีก10ปีข้างหน้ามีการเกษียณครูจำนวน180,000
-การปฏิรูปครูการเปลี่ียนการจัดการศึกษาหรือกระบวนการเรียนการสอยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-เป็นโอกาศที่ดีอัตราครูบรรจุใหม่ซึ่งเป็นครูในศตวรรษที่21
-หน่วยงาน 1.สพฐ 2.กคศ .สสวมท 4.สคสบ
5.สกสค 6.สภาคณบดี 7.เอกชนและสำนักพิมพ์ 8.สภาอุดมศึกษา 9.สำนักเลขานุการ
3. บทเรียนสำหรับการปฏิรูปการศึกษาในสมัยรัชกาลที่9
ปัจจัย
-ปัจจัยด้านภาวะผู้นำของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
-ปัจจัยด้านการตื่นตัวของกลุ่มคนชั้นต่ำ
-ปัจจัยด้านความพร้อมบริบททางสังคม
-ปัจจัยด้านการปรับแนวปฏิรูปการศึกษา
ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษา
-การให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษา
-ปัญหาเกี่ยวกับด้านภาวะผู้นำทางการศึกษา
-ปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนผู้รู้ทางการศึกษา
-ปัญหาเกี่ยวกับการเข้าใจผิดของประชาชน
บทเรียนสำหรับการปฏิรูปการศึกษา
1. ภาวะผู้นำ
2.
การปฏิรูประบบสังคมควบคู่กับการปฏิรูปการศึกษา
3.
การประชาสัมพันธ์การแก้ความเข้าใจผิด
4.การให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษา
5. การดำเนินการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง
แนวทาง
-จัดตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฏรทั่วไป
-ผู้ปกครอง นักเรียน เป็นผู้รับชอบค่าใช้จ่าย
-เน้นการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น
4. สภาการศึกษาชู 4
ข้อเสนอ ทำอย่างไรให้นักเรียนไทยมีคะแนน PISA สูงขึ้น
1.นักเรียนไม่มีนิสัยรักการอ่าน
ซึ่งการอ่านยังเป็นเรื่องที่ต้องบังคับหรือทำเพื่อให้ได้ สิ่งตอบแทน
ทั้งในรูปของคะแนน หรือสิ่งจูงใจอื่นๆ มากกว่าการอ่านเพื่อการเรียนรู้ หรือต่อยอดความรู้ด้วยความอยากรู้
2.นักเรียนไม่คุ้นเคยกับข้อสอบในลักษณะการเขียนตอบ หรือให้คำอธิบาย
หรือการตอบที่ต้องคิดวิเคราะห์ ตีความ
และสะท้อนเอาความคิดของตนที่ตอบสนองต่อข้อความที่ได้อ่าน หรือข้อมูลที่ให้มา
3.นักเรียนขาดพื้นฐานของสาระการเรียนรู้
และทักษะที่จะใช้ในการเรียนต่อระดับสูง โดยเฉพาะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต
เพราะมีเนื้อหาที่ต้องเรียนตามหลักสูตรมากมาย
แต่กลับเป็นเนื้อหาที่จำเป็นในการประกอบอาชีพในอนาคตของคนส่วนน้อย
นอกจากนี้เวลาเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาที่ส่งเสริมศักยภาพในการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา
หรือสร้างคำอธิบายก็มีน้อยเกินไป ซึ่งมีเวลาเรียนเพียง 8% ของเวลาเรียนทั้งหมด
ในขณะที่ค่าเฉลี่ยนานาชาติ เป็น 12%
4.
คุณภาพของโรงเรียนแตกต่าง และเหลื่อมล้ำกันตามสังกัดและพื้นที่
อันเกิดจากคุณภาพครู ความพร้อมของวัสดุอุปกรณ์ในการเรียน
5.คุณภาพการสอนของครูยังเป็นผู้บรรยายให้ความรู้มากกว่าการเป็นผู้บริหารจัดการความรู้
หรือผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
5. สื่อสารอย่างไรให้ปลอดภัย
1.
ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
2.
ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตนเองและคนในครอบครัวให้ผู้อื่น เช่น สำเนาบัตรประชาชน เอกสารต่างๆ
รวมถึงรหัสบัตรต่างๆ เช่น เอทีเอ็ม บัตรเครดิต ฯลฯ
3.
ไม่ควรโอนเงินให้ใครอย่างเด็ดขาด นอกจากจะเป็นญาติสนิทที่เชื่อใจได้จริงๆ
4.
ไม่ออกไปพบเพื่อนที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต เว้นเสียแต่ว่าได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ผู้ปกครอง
และควรมีผู้ใหญ่หรือเพื่อนไปด้วยหลายๆ คน เพื่อป้องกันการลักพาตัว
หรือการกระทำมิดีมิร้ายต่างๆ
5.
ระมัดระวังการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงคำโฆษณาชวนเชื่ออื่นๆ เด็กต้องปรึกษาพ่อแม่ผู้ปกครอง
โดยต้องใช้วิจารณญาณ พิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ขาย
6.
สอนให้เด็กบอกพ่อแม่ผู้ปกครองหรือคุณครู
ถ้าถูกกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต (Internet Bullying)
7.
ไม่เผลอบันทึกยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ
8. ไม่ควรบันทึกภาพวิดีโอ หรือเสียงที่ไมเหมาะสมบนคอมพิวเตอร์ หรือบนมือถือ
2. ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตนเองและคนในครอบครัวให้ผู้อื่น เช่น สำเนาบัตรประชาชน เอกสารต่างๆ รวมถึงรหัสบัตรต่างๆ เช่น เอทีเอ็ม บัตรเครดิต ฯลฯ
3. ไม่ควรโอนเงินให้ใครอย่างเด็ดขาด นอกจากจะเป็นญาติสนิทที่เชื่อใจได้จริงๆ
4. ไม่ออกไปพบเพื่อนที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต เว้นเสียแต่ว่าได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ผู้ปกครอง และควรมีผู้ใหญ่หรือเพื่อนไปด้วยหลายๆ คน เพื่อป้องกันการลักพาตัว หรือการกระทำมิดีมิร้ายต่างๆ
5. ระมัดระวังการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงคำโฆษณาชวนเชื่ออื่นๆ เด็กต้องปรึกษาพ่อแม่ผู้ปกครอง โดยต้องใช้วิจารณญาณ พิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ขาย
6. สอนให้เด็กบอกพ่อแม่ผู้ปกครองหรือคุณครู ถ้าถูกกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต (Internet Bullying)
7. ไม่เผลอบันทึกยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ
8. ไม่ควรบันทึกภาพวิดีโอ หรือเสียงที่ไมเหมาะสมบนคอมพิวเตอร์ หรือบนมือถือ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

